เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 22 มีนาคม 2026 at 21:28.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,055
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,063
    ค่าพลัง:
    +26,886
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,055
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,063
    ค่าพลัง:
    +26,886
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพออกไปร่วมกับคณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา ซึ่งรับบิณฑบาตจากญาติโยมชาวท่ามะขาม ตั้งแต่ประมาณ ๐๕.๔๕ น. ระหว่างที่ท่านทั้งหลายฉันอยู่ ก็ได้ถวายข้อคิดและประสบการณ์ในการเดินธุดงค์แก่ท่านทั้งหลายเหล่านั้น เนื่องเพราะว่าบางท่านที่ไม่ใช่พระวิปัสสนาจารย์ หรือว่าเป็นพระวิปัสสนาจารย์ แต่ยังขาดประสบการณ์ในการธุดงค์ จึงต้องบอกกล่าวเรื่องราวบางประการให้ชัดเจน

    หลังจากนั้นแล้ว ทุกรูปก็อวยชัยให้พรแก่คณะญาติโยมชาวบ้านท่ามะขาม ซึ่งนำโดยผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลท่ามะขาม มาส่งคณะธุดงค์กันอย่างคับคั่ง เมื่อได้เวลาพวกเราก็ออกเดินทาง โดยมีรถพยาบาลของโรงพยาบาลทองผาภูมิ ที่ไม่ทราบเหมือนกันว่าวิ่งลงมาตั้งแต่กี่โมงกี่ยาม ? เนื่องเพราะว่าก่อนออกเดินทาง ๖ โมงครึ่ง รถก็มารออยู่แล้ว

    พวกเราเดินออกมาทางด้านถนนสายใน ผ่านผึ้งหวานรีสอร์ท เพื่อที่จะไปออกหัวสะพานจินดา ข้ามสะพานแล้วก็เดินตามถนนแสงชูโต มุ่งตรงไปทางแยกเขาปูน เพื่อขึ้นไปทางอำเภอไทรโยค

    ไม่น่าเชื่อว่าในระหว่างทางจะมีคณะญาติโยมดักรอใส่บาตรคณะพระธุดงค์มากถึงขนาดนั้น เนื่องเพราะว่าแทบจะตลอดเส้นทางหมู่บ้านท่ามะขามเลยทีเดียว ทางด้านรถยนต์ของทางวัดท่ามะขาม ที่เป็นรถสนับสนุนในเรื่องของเสบียงและน้ำดื่ม จึงต้องคอยรับข้าวปลาอาหารและสิ่งของ ที่คณะผู้มีจิตศรัทธาได้น้อมถวายแก่คณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ ไปจนแทบจะล้นคันรถ..!

    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กำลังใจของญาติโยมทั้งหลายนั้น ยังอยู่ในศีลกินในธรรมเป็นปกติ เพียงแต่ว่าต้องหาพระภิกษุสามเณร ที่มีจริยาวัตรเป็นไปตามพระธรรมวินัย สามารถสร้างความเลื่อมใสให้แก่ญาติโยมได้มาก ก็จะทำให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ทุ่มเทสนับสนุนกันแบบชนิดที่เรียกว่า เต็มกำลังใจ เต็มกำลังกาย เต็มกำลังทรัพย์ของตนเองเลยทีเดียว..!

    กระผม/อาตมภาพเองต้องอาศัยรถยนต์ ในการติดตามถ่ายรูปคณะธุดงค์ธรรมยาตราเป็นระยะไป ในระยะแรกท่านทั้งหลายก็เดินได้ค่อนข้างที่จะเร็วมาก อาจจะเป็นเพราะว่าเริ่มต้นเป็นวันแรก และร่างกายยังสดชื่นอยู่ จึงสามารถไปถึงวัดพุเลียบได้ภายในเวลาไม่เกิน ๑๐.๑๕ น. โดยที่คณะญาติโยมทั้งชาวท่ามะขามก็ดี ชาวบ้านพุเลียบก็ตาม และคณะแม่ครัวจากวัดท่าขนุน นำเอาข้าวปลาอาหารคาวหวาน ตลอดจนกระทั่งน้ำปานะมาถวายไว้อย่างมากมายเหลือเฟือ
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,055
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,063
    ค่าพลัง:
    +26,886
    เมื่อทุกคนได้พักผ่อนตามสมควรแล้ว เวลาประมาณ ๑๐.๔๕ น. ก็ได้เริ่มทำการบิณฑบาต และได้ฉันภัตตาหารเพล จากนั้นก็พักผ่อน ปล่อยให้คณะญาติโยมผู้สนับสนุนซึ่งติดตามมา รวมทั้งคณะแพทย์พยาบาล และญาติโยมทั้งหลายที่มาใส่บาตรพระธุดงค์ ได้รับประทานอาหารกลางวัน จากส่วนที่เหลือจากพระภิกษุสามเณรแล้ว

    จากนั้นพวกเราก็รอจนกระทั่งบ่ายโมงกว่า ถึงได้เริ่มตั้งแถว เพื่อที่จะเดินต่อไปยังเป้าหมายในวันนี้ก็คือวัดหนองสามพราน กระผม/อาตมภาพเองต้องอำนวยการให้เป็นระยะ ในการเดินข้ามถนนบ้าง ข้ามสี่แยกบ้าง เนื่องเพราะว่ารถที่วิ่งมานั้น อยู่ในช่วงที่กำลังทำความเร็ว และที่เหลือเชื่อก็คือ ญาติโยมที่ลงมาถ่ายรูปคณะธุดงค์ ตลอดจนกระทั่งถ่ายรูปกระผม/อาตมภาพ เนื่องเพราะว่านาน ๆ จะเห็นพระภิกษุเดินตามกันหลายสิบรูป หรือว่าใกล้เคียงร้อยรูปแบบนี้..!

    ในช่วงบ่ายนั้นอาจจะเป็นเพราะว่าอากาศร้อนมาก ทำให้หลายคนออกอาการล้า ท่านที่มีความแข็งแรงอยู่ ก็เดินนำทิ้งห่างไปไกลเป็นกิโลเมตรเลยทีเดียว..! กระผม/อาตมภาพต้องคอยดูตามเป็นช่วง ๆ และคณะแพทย์พยาบาลก็รับบุคคลที่เดินไม่ไหว ไปส่งที่วัดหนองสามพรานก่อน บางท่านก็เบาหวานกำเริบ บางท่านก็ความดันขึ้นถึง ๑๕๐ อาจจะเป็นเพราะว่าอายุมาก ตลอดจนกระทั่งน้ำหนักมากด้วยก็เป็นได้ ทำให้การเดินทางช่วงนี้กลายเป็นว่าล่าช้าไป จนกระทั่งช่วงเย็นมากแล้ว กว่าที่ทุกคนจะมาถึงครบถ้วน มีเวลาในการสรงน้ำ เปลี่ยนผ้ากัน ประมาณ ๓๐ นาทีเท่านั้น

    ครั้นถึงเวลา ๑๗.๔๕ น. ทางวัดหนองสามพราน โดยพระอธิการทุนเอ ธนสีโล เจ้าอาวาสวัดหนองสามพราน ก็จัดเตรียมถวายการต้อนรับทุกรูป โดยที่กระผม/อาตมภาพเป็นประธานในการมอบเกียรติบัตรผู้อุปถัมภ์โครงการธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติแก่พระอาจารย์ทุนเอ ท่านพระครูสุตสกลการ ซึ่งเป็นผู้แทนของหลวงพ่อณรงค์ศักดิ์ (พระครูกิตติธรรมนิวิฐ) รองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร และประธานคณะพระวิปัสสนาจารย์ประจำกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ รุ่นที่ ๑ (ปี ๒๕๖๔) ได้มอบเงินช่วยสนับสนุนทางวัดหนองสามพราน แล้วพระอธิการทุนเอ ธนสีโล ก็กล่าวต้อนรับทุกคน

    จากนั้นกระผม/อาตมภาพก็ต้องขอตัวเดินทางกลับทางอำเภอทองผาภูมิ เนื่องเพราะว่าพระอาจารย์นิเวช เขมจาโร ประธานที่พักสงฆ์ไชยศิริภูมิ ได้มรณภาพลง จึงต้องเดินทางกลับขึ้นไป เพื่อที่จะดูว่าจะทำหน้าที่อะไรในการช่วยเหลือทางสำนักของท่านได้บ้าง
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,055
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,063
    ค่าพลัง:
    +26,886
    ในระหว่างนั้นก็ได้เห็นว่า พระภิกษุหลายรูปที่เจ็บไข้ได้ป่วยนั้น เกิดจากท่านไม่ยอมฉันน้ำ..! เนื่องเพราะเกรงว่าถ้าฉันน้ำมาก แล้วจะทำให้เท้าพอง เดินทางไม่ได้ ซึ่งความจริงแล้วท่านเข้าใจผิด

    การเดินธุดงค์นั้นต้องจิบน้ำบ่อย ๆ เป็นระยะ แต่ไม่ใช่กรอกกันอั่ก ๆ ทีละขวดครึ่งขวด..! ถ้าทำลักษณะนั้นก็จะเท้าพอง แต่ถ้าหากว่าท่านจิบน้ำไปทีละคำครึ่งคำ แล้วก็เดินไปช่วงระยะหนึ่ง หลังจากนั้นก็จิบน้ำอีกสักคำครึ่งคำ ถ้าอยู่ในลักษณะนี้ก็จะไม่เป็นอะไร ไม่ต้องให้รถพยาบาลต้องทำหน้าที่กันลำบากลำบนอย่างในวันนี้

    ยังโชคดีที่ว่าระยะทางไม่ได้ไกลมาก ไม่เช่นนั้นถ้าท่านต้องเดินรวดเดียว ๒๐ - ๓๐ กิโลเมตร อาจจะมีอาการไตวายขึ้นมาก็ได้ เนื่องเพราะว่าร่างกายขาดน้ำหนักมาก..!

    แล้วในขณะเดียวกัน เมื่อร้อนมาก ๆ ก็อย่าได้ฉันน้ำเย็นลงไปรวดเดียวมาก ๆ เพราะว่าร่างกายอาจจะเกิดการน็อคความเย็นขึ้นมาได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือ ฉันน้ำแค่พอแก้กระหายด้วยการจิบทีละคำเล็ก ๆ จนกระทั่งร่างกายเย็นลงดีแล้ว จึงฉันเต็มที่ได้ ไม่เช่นนั้นแล้วแพทย์พยาบาลของเราก็ต้องทำงานหนักอย่างวันนี้

    อีกหลายท่านก็เกิดอาการเจ็บเท้าเจ็บเข่า หรือว่ากล้ามเนื้อปวดขัดไปหมดทั้งร่างกาย ในลักษณะนี้ท่านจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยยาบ้าง อย่าได้คิดว่าให้ร่างกายฟื้นฟูตนเอง ถ้ารอร่างกายฟื้นฟูตนเอง บางทีก็อาจจะไม่ทัน เนื่องเพราะว่าเราต้องเดินต่อเนื่องกันทุกวัน

    เป็นพระวิปัสสนาจารย์ก็จริง แต่อย่าได้ถึงขนาดปล่อยวางจนไม่สนใจร่างกาย เนื่องเพราะว่าเรายังต้องอาศัยร่างกายนี้เหมือนกันเป็นรถเป็นรา เป็นเรือเป็นแพ นำพาเราข้ามฟากให้ได้เสียก่อน ถ้าปล่อยให้ร่างกายพังไป โดยที่ตัวเรายังไม่สามารถข้ามฟากได้ ก็กลายเป็นเสียชาติเกิดไปเปล่า ๆ เรื่องเหล่านี้คงจะต้องทำความเข้าใจกันในวันต่อ ๆ ไป

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๒๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...