เหรียญโชคดีหลวงปู่ดีวัดพระรูปพระปิดตาหลวงพ่อไพบูลย์รุ่นแรก

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,187
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1773581266002.jpg FB_IMG_1773581089483.jpg FB_IMG_1773581270154.jpg
    ลองอ่านเรื่องหลวงพ่อเปลี้ยกับการสร้างลิงฮากันครับ หลวงพ่อเปลี้ย วัดชอนสารเดช เดิมชื่อผ่อง เกิดเมื่อ ๔ พ.ย. ๒๔๕๗ ที่บ้านดินเปล้า อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรของนายชุ่ม นางคำ โพธิ์นอก ด้วยขาท่านเสีย ลีบข้างหนึ่งจึงเรียก นามท่านว่าเปลี้ย พออายุได้ ๑๗ ปี ท่านได้บวชเป็นสามเณรที่วัดบ้านเหลื่อม ตำบลวัดโพธิ์ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อ ๖ พฤษภาคม ๒๔๗๔ โดยมีอาจารย์ช้างเป็นพระอุปัชฌาย์ พออายุครบ ๒๐ ปี ๒ พ.ค.๒๔๗๗ ท่านก็ได้บวชที่วัดบ้านค่าย มีพระครูวิจิตา เป๊นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการแบนเป็นพระกรรมวาจารย์ พระมหาบัวเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ฉายา "คุณสัมปันโน"
    หลวงพ่อท่านมาอยู่วัดชอนสารเดชตั้งแต่ปี ๒๔๙๒ มีหลวงปู่ทรัพย์ เป็นเจ้าอาวาส หลังจากท่านแจ้งความประสงค์ขอมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ หลวงปู่ทรัพย์ก็ไม่ขัดข้อง นานไปก็ถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆให้ท่านจนหมดสิ้น หลวงพ่อเปลี้ยท่านมีเมตตาเป็นเลิศ ท่านจำวัดไม่กางมุ้ง ไม่จุดยากันยุง ท่านบอกว่า "ให้มันมากัด กินจนอิ่มแล้วมันก็ไปไม่มากัดอีก" !
    ลิงฮา ของหลวงพ่อเปลี้ย วัดชอนสารเดชนี้ ท่านตั้งใจสร้างเป็นหนุมาน ให้มีอิทธิฤทธิ์ตามแนวคิดความเชื่อให้มีพลกำลังแข็งแรง อยู่ยงคงประพัน แต่ท่านสร้างหนุมานของท่านให้มีอริยาบท ยิ้มแย้ม อย่างอารมณ์ดี ชาวบ้านเห็นต่างขนานนามให้เป็น "ลิงฮา"
    ลุงใจ อ่อนละมัย เล่าว่า ครั้งที่ไปหามวลสารเพื่อมาสร้างลิงฮา ที่ศาลพระกาฬ ลพบุรี ปรากฎว่ามีลิงในศาลติดตามมาด้วย ๔ ตัว ทั้ง ๔ ตัวเป็นลูกน้องหนุมาน ตามมาเป็นสักขีพยานในการสร้างลิงฮา หลวงพ่อเปลี้ยท่านปลุกเสกลิงฮานี้ด้วยฌาณอันกล้าแข็ง เรียกว่าเสกจนหนุมานกระโดดออกจากบาตรได้ เหตุที่ท่านทำได้เช่นนี้เพราะท่านมีพลังจิตกล้าแข็งสามารถเข้าออกฌากิดความณได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นความอัศจรรย์ในการสร้างวัตถุมงคลของท่าน จนสามารถคุ้มครองป้องกันผู้พกพา เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมอย่างแรงกล้า ตามที่หลวงพ่อท่านเสกไว้
    แม่ค้าตลาดบ้านชอนคนหนึ่งเล่าว่า ตั้งแต่ได้ลิงฮาของวัดชอนมาอยู่ที่ร้าน ตอนเช้าก็จุดธูปอธิษฐานขอให้ขายดี เมื่อเปิดร้านแล้วก็เกิดความมั่นใจอารมณ์ดี เหมือนกับอารมณ์ลิงฮา อารมณืดีตลอดวัน ลูกค้าก็เหมือนต้องจังงันของเรา เข้ามาซื้อของที่ร้าน ขายดีทั้งวัน ทุกวันนี้ยังพกติดตัวอยู่เสมอ มีคนมาขอเช่ามากมายแต่ก็หวงแหนยิ่งมิยอมปล่อยให้ใครเด็ดขาด
    ชายคนหนึ่งได้ลิงฮามาเลี่ยมแขวนคอ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปธุระ ขากลับมาก็มีคนมาถามว่าไปเอาลิงที่ไหนมานั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ !! ทุกคนจึงสรุปว่าเป็นปาฏิหารย์ของลิงฮาที่แขวนคอมานั้นมากกว่า
    วัตถุมงคลทุกชนิดของหลวงพ่อมีประสบการณ์
    ขอบพระคุณบทความของคุณ อำพล เจน

    สมเด็จฝังเกศารุ่น1 ปี2538 (พร้อมเหรียญรุ่นแรก) ประสพการณ์ยืนยันว่ามีเส้นเกศาครับ เพราะผู้สร้างได้ขอเส้นเกศาหลวงพ่อเปลี้ย คุณสัมปันโน จากอาจารย์สำรวย (สมัยนั้นมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดชอนสารเดช) เมื่อสร้างเสร็จได้นำวัตถุมงคล รุ่นทวีทรัพย์ มาถวายและให้หลวงพ่อเปลี้ยฯ ปลุกเสก และนำออกมา
    แจกงานประจำปี หลังวันตรุษสงกรานต์ จะมีการทอดผ้าป่าฯที่ศาลาหลวงพ่อใหญ่ โดยมีหลวงพ่อเปลี้ยฯ เป็นประธานรับมอบ และจะแจกวัตถุมงคล รุ่นทวีทรัพย์ แก่ญาติโยมที่นำผ้าป่ามา
    ทอด (ถวาย) ที่วัดชอนสารเดช
    วัดถุมงคลรุ่นนี้น่าเก็บมากๆครับ 1.แจกฟรี 2.สวยและมีเส้นเกศาฯ 3.หลวงพ่อเปลี้ยฯ ชอบใจ และได้กล่าวว่า "มันต้องสวยแบบนี้ซิ ถึงมีศักดิ์ศรีหน่อย" 4.ราคาย่อมเยาว์
    พระสมเด็จทวีทรัพย์ผสมเกศา

    ......

    เหรียญเจ้าสัวหลวงปู่เปลี้ยวัดชอนสาระเดช รุ่นประสบการณ์
    หลวงปู่เปลี้ย วัดชอนสารเดช
    นายดาบตำรวจหนังเหนี.ย.ว
    December 31, 2016 Ampol Jane หลวงปู่เปลี้ย, อำพล เจน
    หลังจากหลวงปู่เปลี้ยมรณภาพไปเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๔๐

    เพียงไม่กี่วันเท่านั้น

    นสพ.ท้องถิ่น สร้างสรรค์ ลพบุรี ก็ลงข่าวใหญ่ประจำฉบับ

    นายดาบตำรวจปล้ำจับคนร้ายถูกคนร้ายล้วงปืn
    ออกมากดปากลำกล้องใส่ท้องของนายดาบตำรวจ

    แล้วเหนี่ยวไก ๒ นัd

    ลั่นโป้งทุกนัd .. กระสุnดี ไม่ด้าน

    แต่กระสุbไม่เข้าหนังนายดาบตำรวจทั้ง ๒ นัด

    หลังจากนั้นกำลังใจก็มา

    ปล้ำแย่งปืnคนร้ายได้

    และจับกุมคนร้ายได้สำเร็จ

    ——-

    นายดาบตำรวจท่านนี้แขวนเหรียญเจ้าสัวของหลวงปู่เปลี้ย

    ( บทความจากfacebook : )

    ลองอ่านเรื่องหลวงพ่อเปลี้ยกับการสร้างลิงฮากันครับ หลวงพ่อเปลี้ย วัดชอนสารเดช เดิมชื่อผ่อง เกิดเมื่อ ๔ พ.ย. ๒๔๕๗ ที่บ้านดินเปล้า อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรของนายชุ่ม นางคำ โพธิ์นอก ด้วยขาท่านเสีย ลีบข้างหนึ่งจึงเรียก นามท่านว่าเปลี้ย พออายุได้ ๑๗ ปี ท่านได้บวชเป็นสามเณรที่วัดบ้านเหลื่อม ตำบลวัดโพธิ์ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อ ๖ พฤษภาคม ๒๔๗๔ โดยมีอาจารย์ช้างเป็นพระอุปัชฌาย์ พออายุครบ ๒๐ ปี ๒ พ.ค.๒๔๗๗ ท่านก็ได้บวชที่วัดบ้านค่าย มีพระครูวิจิตา เป๊นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการแบนเป็นพระกรรมวาจารย์ พระมหาบัวเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ฉายา "คุณสัมปันโน"
    หลวงพ่อท่านมาอยู่วัดชอนสารเดชตั้งแต่ปี ๒๔๙๒ มีหลวงปู่ทรัพย์ เป็นเจ้าอาวาส หลังจากท่านแจ้งความประสงค์ขอมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ หลวงปู่ทรัพย์ก็ไม่ขัดข้อง นานไปก็ถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆให้ท่านจนหมดสิ้น หลวงพ่อเปลี้ยท่านมีเมตตาเป็นเลิศ ท่านจำวัดไม่กางมุ้ง ไม่จุดยากันยุง ท่านบอกว่า "ให้มันมากัด กินจนอิ่มแล้วมันก็ไปไม่มากัดอีก" !
    ลิงฮา ของหลวงพ่อเปลี้ย วัดชอนสารเดชนี้ ท่านตั้งใจสร้างเป็นหนุมาน ให้มีอิทธิฤทธิ์ตามแนวคิดความเชื่อให้มีพลกำลังแข็งแรง อยู่ยงคงประพัน แต่ท่านสร้างหนุมานของท่านให้มีอริยาบท ยิ้มแย้ม อย่างอารมณ์ดี ชาวบ้านเห็นต่างขนานนามให้เป็น "ลิงฮา"
    ลุงใจ อ่อนละมัย เล่าว่า ครั้งที่ไปหามวลสารเพื่อมาสร้างลิงฮา ที่ศาลพระกาฬ ลพบุรี ปรากฎว่ามีลิงในศาลติดตามมาด้วย ๔ ตัว ทั้ง ๔ ตัวเป็นลูกน้องหนุมาน ตามมาเป็นสักขีพยานในการสร้างลิงฮา หลวงพ่อเปลี้ยท่านปลุกเสกลิงฮานี้ด้วยฌาณอันกล้าแข็ง เรียกว่าเสกจนหนุมานกระโดดออกจากบาตรได้ เหตุที่ท่านทำได้เช่นนี้เพราะท่านมีพลังจิตกล้าแข็งสามารถเข้าออกฌากิดความณได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นความอัศจรรย์ในการสร้างวัตถุมงคลของท่าน จนสามารถคุ้มครองป้องกันผู้พกพา เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมอย่างแรงกล้า ตามที่หลวงพ่อท่านเสกไว้
    แม่ค้าตลาดบ้านชอนคนหนึ่งเล่าว่า ตั้งแต่ได้ลิงฮาของวัดชอนมาอยู่ที่ร้าน ตอนเช้าก็จุดธูปอธิษฐานขอให้ขายดี เมื่อเปิดร้านแล้วก็เกิดความมั่นใจอารมณ์ดี เหมือนกับอารมณ์ลิงฮา อารมณืดีตลอดวัน ลูกค้าก็เหมือนต้องจังงันของเรา เข้ามาซื้อของที่ร้าน ขายดีทั้งวัน ทุกวันนี้ยังพกติดตัวอยู่เสมอ มีคนมาขอเช่ามากมายแต่ก็หวงแหนยิ่งมิยอมปล่อยให้ใครเด็ดขาด
    ชายคนหนึ่งได้ลิงฮามาเลี่ยมแขวนคอ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปธุระ ขากลับมาก็มีคนมาถามว่าไปเอาลิงที่ไหนมานั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ !! ทุกคนจึงสรุปว่าเป็นปาฏิหารย์ของลิงฮาที่แขวนคอมานั้นมากกว่า
    วัตถุมงคลทุกชนิดของหลวงพ่อมีประสบการณ์
    ขอบพระคุณบทความของคุณ อำพล เจน
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จทวีทรัพย์หลวงปู่เปลี้ย ผสมเกศา องค์นี้เห็นเกศาชัดเจนด้านล่างองค์พระครับ

    IMG_20260315_202917.jpg IMG_20260315_202951.jpg IMG_20260315_203026.jpg IMG_20260315_203057.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,187
    ค่าพลัง:
    +21,459
    4-wm (2).jpg 3-wm (3).jpg

    ประวัติ หลวงพ่อรัตน์ วัดป่าหวาย

    ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

    หลวงพ่อรัตน์ อตฺตสาโร สืบทอดพุทธาคมสายหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

    โดยได้ศึกษาร่ำเรียนจากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับศิษย์เอกหลวงปู่ทิม หลวงพ่อรัตน์เป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้งรูปสุดท้าย

    ได้รับมรดกจากหลวงปู่ทาบ ทั้งวิชาอาคม,สีผึ้งเขียว และกระดานชนวนอายุนับร้อยปีอีกทั้งยังเคยติดตามหลวงปู่ทาบ ไปวัดหนองกระบอกเพื่อแลกเปลี่ยนวิชากับหลวงพ่อลัดจึงได้เคล็ดวิชาการสร้างเสกแพะ ตำราหลวงปู่อ่ำ

    จากหลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอกมาอีกด้วยหลวงพ่อรัตน์จึงนับได้ว่า เป็นผู้รอบรู้ศาสตร์วิชาสายระยองอย่างครบถ้วน

    หลวงพ่อรัตน์ อตฺตสาโรมีนามเดิมว่า รัตน์ นามสกุล บุญสม

    เกิดที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484

    บิดาชื่อ สด มารดาชื่อ แช่ม มีพี่น้อง 8 คนหลวงพ่อรัตน์ เป็นคนที่ 2 ครอบครัวมีอาชีพทำนา,ทำไร่ เป็นเกษตรกรเมื่ออายุได้ 7 ขวบ ได้เข้าศึกษาที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้งซึ่งหลวงพ่อรัตน์ สนใจเรียนด้านคงกระพัน และ หนังเหนียว มากกว่าวิชาเรียนปกติอีกทั้งยังชอบทดลองวิชาที่เรียนมา ว่าได้ผลจริงไหมเมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4ก็ต้องออกมาช่วยครอบครัวทำงานพอโตมา ก็ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหารแต่ไม่ถูกทหาร

    เมื่ออายุครบ 20 ปี ก็ได้อุปสมบทที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้งโดยมีหลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้จำพรรษาอยู่ที่นั่น เนื่องจากเป็นวัดใกล้บ้านของท่านได้ศึกษาวิชาจากหลวงปู่ทาบ ซึ่งท่านก็เมตาสอนให้

    แบบเต็มที่ ทั้งวิชา ทำน้ำมนต์,การหุงสีผึ้งเขียววิชาของหลวงปู่ทาบนั้นจะหนักไปทางด้านเมตตาจากนั้นหลวงพ่อรัตน์ ก็ได้สึกออกมามีครอบครัว

    มีบุตร 3 คน แล้วจึงย้ายครอบครัวมาประกอบอาชีพทำนา,ทำไร่อยู่แถวบ้านป่าหวายสมัยก่อนแถบนี้ไม่มีวัด ไม่มีโรงเรียนพอจะทำบุญก็ต้องออกไปทำที่วัดหนองกรับจนชาวบ้านร่วมใจกันสร้างโรงเรียน ในบ้านป่าหวายและสร้างวัดขึ้นด้วย แต่ก็ติดขัด ไม่มีพระอยู่ประจำ ทุกๆปี ต้องไปนิมนต์พระจากวัดอื่นมาจำพรรษาที่นี่ต่อมา ปี พ.ศ. 2530หลวงพ่อรัตน์ก็ช่วย หาพระมาอยู่ประจำที่วัดป่าหวายนี้ ไปๆมาๆ เลยได้มาบวชเอง และได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าหวายนี้ และได้รับการแต่งตั้ง จากเจ้าคณะอำเภอ ให้เป็นผู้ดูแลวัดป่าหวาย

    ในช่วงปี 2530-2533 หลวงพ่อรัตน์ได้เริ่มเรียนวิชาคาถาอาคมต่างๆ จากหลวงพ่อสาคร อย่างจริงจังและเทียวมา ต่อวิชาเพิ่มเติมอยู่เสมอเนื่องจากวัดป่าหวาย และวัดหนองกรับนั้นห่างกันไม่กี่กิโลเมตร สมัยที่อยู่วัดหนองกรับ ยังได้มีโอกาสศึกษาวิชา กับหลวงพ่อทองศิษย์หลวงพ่อวงษ์วัดบ้านค่าย ผู้เป็นศิษย์เอกของหลวงปู่สังข์เฒ่า วัดเก๋งจีนอีกด้วยหลวงพ่อสาคร ท่านเมตตาสอนวิชาให้หลวงพ่อรัตน์อย่างไม่ปิดบังวิชาสร้างพระเครื่อง, เคล็ดวิชาบวงสรวงเสกแพะ วิชาทำน้ำมนต์,เจิมบ้าน,เจิมรถและยังได้รับมอบผงพรายกุมาร ไว้เพื่อสร้างพระอีกด้วยหลวงพ่อรัตน์ท่าน เริ่มสร้างวัดอย่างจริงจัง

    เมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยได้รับความช่วยเหลือจากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับโดยได้สร้างเมรุเผาศพก่อน เพราะสมัยนั้นเวลามีคนตาย ก็ต้องนำไปเผาที่วัดหนองกรับและมาเริ่มสร้างอุโบสถ เมื่อปี พ.ศ. 2537ได้ยกช่อฟ้าในปี พ.ศ. 2542ต่อด้วยการสร้างศาลา และกุฏิสงฆ์ตามลำดับ หลวงพ่อรัตน์ วัดป่าหวาย นับว่าเป็นพระนักพัฒนาอีกทั้งยังรอบรู้เวทย์วิทยาคม ในสายระยอง

    อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ จึงไม่แปลกที่วัตถุมงคล ที่ท่านสร้าง และเสกไว้นั้น ทั้ง พระขุนแผนรุ่นแรก,สมเด็จนักเลงโต,แพะเขาควายฟ้าผ่า,ตะกรุดโทนล้วนได้รับความนิยมและเกิดประสบการณ์มากมายกับผู้ที่นำไปใช้จนใครที่มี ก็ต่างหวงแหนถ้ามีโอกาสไปเที่ยวระยอง อย่าลืมไปกราบท่านนะครับ เข้าหาง่ายเมตาสูง เป็นช้างเผือกแห่งเมืองระยองอีกรูปนึงที่กราบไหว้ได้สนิทใจครับ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ขุนแผนรุ่นแรกหลวงพ่อรัตน์วัดป่าหวายงานปิดทองฝังลูกนิมิต ปี ๒๕๔๖ หลวงพ่อสาครวัดหนองกรับหลวงพ่อรัตน์ วัดป่าหวายปลุกเสก

    ให้บูชา 150 บาทครับส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260315_205158.jpg IMG_20260315_205225.jpg IMG_20260315_205249.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...